หากใครกำลังมองหาน้ำทะเลสีครามที่ใสจนเห็นเม็ดทรายและฝูงปลาได้ชัดเจนจากบนเรือ ทะเลไทยคือจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ไม่แพ้ที่ไหนเลยครับ
นี่คือ 10 พิกัดทะเลไทยน้ำใสราวกระจก ที่ปี 2026 ควรหาโอกาสไปสักครั้งในชีวิตครับ
10 ทะเลไทยน้ำใสราวกระจก
ทะเลฝั่งอันดามัน (ที่สุดของความใส)
- หมู่เกาะสิมิลัน (พังงา): สวรรค์ของคนรักทะเลที่แท้จริง โดยเฉพาะบริเวณ “หินเรือใบ” น้ำจะใสเป็นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์จนดูเหมือนเรือกำลังลอยอยู่บนอากาศ
- หมู่เกาะสุรินทร์ (พังงา): โดดเด่นเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของปะการังน้ำตื้นและหมู่บ้านชาวมอแกน น้ำที่นี่ใสและนิ่งเหมือนสระว่ายน้ำธรรมชาติ
- เกาะหลีเป๊ะ (สตูล): ได้ฉายาว่า “มัลดีฟส์เมืองไทย” โดยเฉพาะหาดซันไรส์และหาดซันเซ็ตที่ทรายขาวละเอียดตัดกับน้ำสีฟ้าใสแจ๋ว
- เกาะรอก (กระบี่/ตรัง): เป็นเกาะที่น้ำใสมากจนมองเห็นพื้นทรายด้านล่างได้ลึกหลายเมตร บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสุดๆ
- เกาะกระดาน (ตรัง): เคยได้รับเลือกให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดในโลก น้ำที่นี่ตื้นและใสมาก สามารถเดินลงไปดูปะการังได้จากหน้าหาดเลย
- เกาะพีพีนเล – อ่าวมาหยา (กระบี่): หลังจากการฟื้นฟูธรรมชาติ อ่าวมาหยากลับมาใสและเขียวมรกตอีกครั้ง พร้อมฝูงฉลามหูดำที่ว่ายให้เห็นในน้ำตื้น
ทะเลฝั่งอ่าวไทย (สวยใสใกล้กรุง)
- เกาะเต่า (สุราษฎร์ธานี): จุดหมายของนักดำน้ำทั่วโลก น้ำใสสะอาดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะบริเวณ “เกาะนางยวน” ที่มีสันทรายเชื่อมต่อกัน
- เกาะกูด (ตราด): “อัญมณีแห่งอ่าวไทย” น้ำใสราวกระจกท่ามกลางบรรยากาศป่าชายเลนและน้ำตก เป็นเกาะที่ยังคงความดิบและสงบ
- เกาะล้าน – หาดเทียน (ชลบุรี): ทะเลใกล้กรุงเทพฯ ที่น้ำใสไม่แพ้ภาคใต้ โดยเฉพาะหาดเทียนที่มีน้องห่านมาเดินเล่นและน้ำใสสะอาดมาก
- เกาะหวาย (ตราด): เป็นเกาะเล็กๆ ในหมู่เกาะช้างที่น้ำนิ่งและใสจนน่าตกใจ เหมาะสำหรับการพายเรือคายัคดูปะการังสุดๆ
ช่วงเวลาที่ควรไป
ช่วงเวลาที่ควรไป
- ฝั่งอันดามัน: พฤศจิกายน – เมษายน (น้ำใสที่สุดและไม่มีมรสุม)
- ฝั่งอ่าวไทย: พฤษภาคม – กันยายน (ช่วงที่ฝั่งอันดามันเข้าหน้าฝน ฝั่งนี้จะสวยแทน)
การเตรียมตัว: พกครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการัง (Reef Safe) เพื่อรักษาความใสและสวยงามของทะเลไทยให้อยู่ไปนานๆ และอย่าลืมน้ำส้มสายชูเผื่อเจอกับแมงกระพรุนครับ พกไปจะรู้สึกโชคดีเหมือนถูกหวยไวมาเลยล่ะครับ
Comments are closed